สถานที่ท่องเที่ยว กิน ดื่ม ทั่วกรุงเทพฯ
Google+

Cafe Kaldi

By Uncle Bill • Sep 5th, 2010 • Category: ร้านขนม

cafe-kaldi

Cafe Kaldi

สำหรับชีวิตประจำวันของหลายๆ คน คงไม่ปฏิเสธเลยว่า กาแฟ ก็ถือเป็นเครื่องดื่มที่เราดื่มกันแทบทุกวัน โดยเฉพาะผมเองนั้น ถือเป็นเครื่องดื่มที่เป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นวันใหม่ของผมเลยก็ว่าได้ครับ และในบางโอกาส เราก็มักจะเลือกที่จะใช้ร้านกาแฟ ในการพบปะเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ พูดคุยงานกันในแบบ สบายๆ หรือบางครั้ง ผมก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน ก็มักเลือกร้านกาแฟนี่แล่ะครับ แต่หากพูดถึงร้านกาแฟ เชื่อว่า หลายๆ คน รวมถึงผมเอง ก็จะนึกถึงร้านกาแฟ สัญชาติ อเมริกัน กันเป็นอันดับแรก แต่วันนี้ผมอยากขอแนะนำร้านกาแฟสัญชาติญี่ปุ่นร้านนึงให้เพื่อนๆ ได้รู้จัก และหากมีโอกาสก็อยากแนะนำให้ลิ้มลองกาแฟที่นี่กันดูนะครับ

Cafe Kaldi เป็นร้านกาแฟสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีสูตรกาแฟเฉพาะอยู่หลายเมนูให้น่าลิ้มลองนะครับ รวมไปถึงเมนูชาเขียวที่รสชาติเข้มข้นทีเดียวครับ เพราะที่ Kaldi ถือเป็นร้านกาแฟร้านเดียวที่ผมเข้าไปนั่งแล้วสั่งชาเขียวบ่อยกว่า สั่งกาแฟเลยก็ว่าได้ครับ เพราะที่คาเฟ่ คาลดี้ นั่นจะมีส่วนผสม 2 อย่างเด่น ที่จะใส่ ใน กาแฟ และ ชาเขียว ก็คือ น้ำตาลอ้อย และ ถั่วแดง ซึ่งเหตุที่ผมสั่งชาเขียวบ่อยกว่า ก็ตรงน้ำตาลอ้อยที่ใส่ในชาเขียวนี่แล่ะครับ ที่ทำให้ผมติดใจในรสชาติชาเขียวสูตรเฉพาะของ kaldi-waffleคาลดี้ (โคคุโตะ มัตฉะ สมูตตี้) ยังมี ไอศครีมชาเขียว อีกเมนูที่ ลูกค้าประจำของที่นี่มักจะสั่งกันนะครับ รวมไปถึงเมนูขนม อย่าง วาฟเฟิ่ล ก็มีกลิ่มหอม และอร่อยทีเดียวครับ สำหรับเมนูต่างๆ คงต้องลองมาชิม มาลองกันได้เลยครับ

Cafe Kaldi ตอนนี้ที่ผมเคยไปจะมีอยู่ที่ Esplanade (ใกล้ๆ กับโซนซื้อตั๋วชมภาพยนตร์) และ มาบุญครองนะครับ (ชั้นที่ขายโทรศัพท์มือถือนะครับ) ยังมีอีกที่ก็คือ ที่ JJMall ครับ ที่ผมยังไม่เคยไป แต่ที่ผมได้รู้จัก คาเฟ่ คาลดี้ สาขาแรก ก็คือ ที่ Esplanade นั่นเองครับ พอได้ชิมกาแฟ และ ชาเขียวที่นี่ ก็ตัดสินใจ ทำบัตรสมาชิกเลยทันที เพราะจะได้รับส่วนลด 10% สำหรับค่าขนม และเครื่องดื่ม ในร้านด้วยครับ

อ้อ.. สำหรับ ชื่อ Kaldi เท่าที่อ่านจากข้อมูลที่ร้านให้ไว้นั้น หมายถึง ชื่อของเด็กเลี้ยงแพะ (ไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะนะครับ) ที่สังเกตเห็นแพะของเค้ามีอาการร่าเริง หนังจากที่กินผลไม้สีแดง เค้าจึงลองกินผลไม้นั้นดูบ้าง ก็พบว่า ทุกครั้งที่เค้าได้กินผลไม้สีแดงนั้นแล้ว ทำให้เค้าสดชื่น ทำให้ได้รับความสนใจจากชาวบ้าน จนเรื่องไปถึงบาทหลวงในหมู่บ้าน และเค้าได้นำมันไปเผาไฟ เพื่อลดอำนาจของมัน ตามความเชื่อ แต่หลังจากที่ได้นำผลไม้นั้นไปเผา กลับพบว่าผลไม้นั้นมีกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาดใจ จึงนำผลไม้ที่เผาแล้วมาทุบแล้วโยนลงน้ำเพื่อดับไฟ แล้วก็ได้ลองดื่มน้ำนั้นดู ก็รู้สึกสดชื่น เช่นเดียวกัน จนทำให้บาทหลวงนั้น สามารถสวดมนต์ได้ตลอดทั้งคืน โดยไม่มีอาการง่วงนอนเลย นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ผลไม้สีแดงนั้น ก็กลายเป็นเครื่องดื่มที่ผมเอง ต้องลิ้มลองอยู่ทุกวันนั้นเองครับ

Tags: , , , , , , , , ,
add to your Facebook add to your Twitter

Leave a Comment

 
ON BKKZA.com       ALSO COOL  
Bangkok Lifestyle Bangkok Lifestyle Bangkok Lifestyle Bangkok Lifestyle Bangkok Lifestyle Bangkok Lifestyle
+ สถานที่ท่องเที่ยว ถ่ายรูป
+ ท่องเที่ยววัด
+ สถาปัตยกรรม
+ สวนสาธารณะ
+ ดูหนัง ฟังเพลง
+ สถานที่ท่องเที่ยว กิน ดื่ม
+ ร้านอาหาร
+ ร้านขนม
+ กินอร่อยข้างทาง
+ สถานที่ท่องเที่ยว กลางคืน
+ Pub & Restaurant
+ Night Market
+ Party & Event
+ สถานที่ท่องเที่ยว ซื้อของ
+ Shopping Mall
+ Exhibition & Fair
+ Sale Sale Sale!
+ web hosting
+ ซีรีย์เกาหลี
+ ข่าวหุ้น
+ antiviurs
+ web design
+ สนามฟุตบอล
+ thai recipes
+ โปรเกมส์